การเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่คนไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองนิยมใช้บริการกันมาก ทีนี้สำหรับมือใหม่ทั้งหลาย เมื่อเปิดดูแผนที่รถไฟญี่ปุ่นปุ๊ป คงต้องร้องจ๊ากกันเป็นแถว เพราะระบบรถไฟญี่ปุ่นถือเป็นระบบขนส่งที่ซับซ้อนที่สุดในโลก แต่ถ้าเรารู้จักกับมันดี มันจะเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกในการเดินทางของเราได้ดีทีเดียว
วันนี้แอดมินมีวิธีที่จะช่วยมือใหม่หาเส้นทางในรถไฟญี่ปุ่นแบบง่ายๆ ถ้าทำได้ก็โยนแผนที่รถไฟอันน่ามึนงงทิ้งไปได้เลย
ต่อไปนี้จะเป็นขั้นตอนในการหาเส้นทางรถไฟ
ตัวอย่างเหตุการณ์: ต้องการเดินทางจากโรงแรม Shin-Osaka Sunny Stone ไปยังปราสาทฮิเมจิ
1. หาข้อมูลตำแหน่งของโรงแรมเรา และปราสาทฮิเมจิด้วย Google Map
2. เมื่อได้ตำแหน่งแล้ว ให้หาสถานีรถไฟที่ใกล้สถานที่นั้นที่สุด
![]() |
แผนที่ตำแหน่งโรงแรม Shin Osaka Sunny Stone |
![]() |
แผนที่ตำแหน่งปราสาทฮิเมจิ |
จากตัวอย่างเราพบว่าสถานีรถไฟที่ใกล้โรงแรมที่สุดคือสถานี Nishinagajima Minamigata ของ Osaka Subway และสถานีรถไฟที่ใกล้ปราสาทฮิเมจิที่สุดคือสถานี Himeji ของ JR
*เคล็ดลับคือควรรู้ผู้ให้บริการรถไฟด้วย ว่าเป็น JR หรือบริษัทอื่น มันจะมีประโยชน์ในขั้นตอนต่อๆไป
4.กรอกข้อมูลที่ต้องการลงไป โดยเริ่มจาก
- ใส่สถานีที่ต้นทาง และปลายทางลงไปใน 2 ช่องแรก
- ใส่วันที่ และเวลาที่จะเดินทาง
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อควรระวัง! มีรถไฟหลายเส้นทางที่เอกชนกับ JR มีรางใกล้ๆกัน ทำให้มี 2 สถานีที่เป็นคนละชื่อแต่อยู่ติดกันเลย เช่น เมืองนิกโกะจะมีสถานี Nikko ของ JR กับ สถานี Tobu Nikko ของ Tobu ซึ่งอยู่ห่างกันแค่ 100 เมตร ฉะนั้นใครที่จะใช้บริการรถไฟของ Tobu ต้องพิมพ์ชื่อสถานีปลายทางเป็น Tobu Nikko ถึงจะถูก
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ถ้าเรากด More options มันจะขึ้นข้อมูลอื่นๆที่เราจะใส่เพิ่มได้ ผมจะอธิบายความหมายของทุกช่องให้
ข้อควรระวัง! มีรถไฟหลายเส้นทางที่เอกชนกับ JR มีรางใกล้ๆกัน ทำให้มี 2 สถานีที่เป็นคนละชื่อแต่อยู่ติดกันเลย เช่น เมืองนิกโกะจะมีสถานี Nikko ของ JR กับ สถานี Tobu Nikko ของ Tobu ซึ่งอยู่ห่างกันแค่ 100 เมตร ฉะนั้นใครที่จะใช้บริการรถไฟของ Tobu ต้องพิมพ์ชื่อสถานีปลายทางเป็น Tobu Nikko ถึงจะถูก
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ถ้าเรากด More options มันจะขึ้นข้อมูลอื่นๆที่เราจะใส่เพิ่มได้ ผมจะอธิบายความหมายของทุกช่องให้
- Via จะใส่เมื่อมีสถานีอื่นที่เราต้องการผ่าน ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใส่
- Order คือลำดับการเรียงตารางว่าจะให้เรียงตามเวลา, Transfer หรือค่าตั๋ว
- Max Routes คือจำนวนเส้นทางที่จะแสดงข้อมูลให้ดู มากสุดคือ 10 เส้นทาง
- Fare Type เป็นลักษณะการจ่ายเงิน มี 2 แบบคือตั๋ว (Ticket) กับ IC หมายถึงบัตรเติมเงิน (IC Card) ที่มีใช้ในญี่ปุ่น
- Vehicle Type อันนี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดเวลา และค่าใช้จ่ายของเรา
- Airplane คือเครื่องบิน ไว้สำหรับระยะทางที่ไกลๆ
- Airport Shuttle Bus คือรถบัสสนามบิน
- Shinkansen คือรถไฟความเร็วสูง จะมีอยู่ 2 แบบคือ
- Bullet Train ชินคันเซ็นทุกขบวนยกเว้น 3 อันหลัง
- NOZOMI / MISUHO / HAYABUSA เป็นชินคันเซ็นด่วนพิเศษที่จอดเฉพาะสถานีใหญ่ๆ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สำหรับการแยกประเภท Shinkansen จะใช้กรณีของการเดินทางด้วย Japan Rail Pass หรือ Rail Pass บางประเภท ที่มีข้อจำกัดการใช้รถไฟชินคันเซ็น เช่น Japan Rail Pass ใช้กับ NOZOMI และ MISUHO ไม่ได้
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
- Limited Express คือรถไฟด่วนพิเศษ
- Express คือรถไฟด่วน
- Liner คือรถไฟที่วิ่งระหว่างเมือง พบได้ไม่ค่อยมาก
- Walk คือการเดิน มักใช้กรณีที่ต้องเปลี่ยนเส้นทาง แต่สถานีอยู่ใกล้ๆกัน
- Sleeper Limited Express คือรถนอนด่วนพิเศษ
- Sleeper Express คือรถนอนด่วน
- Local Train คือรถไฟธรรมดา พบมากที่สุด (ควรเลือกไว้เสมอ)
- Corp. คือผู้ให้บริการรถไฟ มี 2 อันคือ JR กับ Private Railway ซึ่งวิธีเลือกง่ายๆคือ อะไรที่ไม่ใช่ JR หรือ Shinkansen มันคือ Private หมด
![]() |
จากตัวอย่างเรามีทั้ง JR กับ Subway (Private) |
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ส่วนนี้มีความสำคัญกับผู้ถือ Rail Pass แบบต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น
- Japan Rail Pass หรือ Rail Pass อื่นๆของ JR เราก็ควรคลิ๊ก JR อย่างเดียว
- Kansai Thru Pass มีเงื่อนไขว่าใช้ไม่ได้กับ JR เราก็ควรคลิ๊ก Private Railway อย่างเดียว
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
5. กด Search เราจะพบข้อมูลเส้นทางต่างๆ โดยจะแสดงผลตามข้อมูลที่เรากรอกไว้
![]() |
ตัวอย่างเส้นทางจาก Nishinakajima Minamigata ไปยัง Himeji |
ข้อมูลสำคัญที่แสดงได้แก่
- เวลาที่รถไฟออกจากสถานี และเวลาที่ถึงปลายทาง
- ใต้ชื่อสถานีจะมีบอกชานชาลาที่เข้า-ออก
- สถานีกลางทาง (ในตัวอย่างคือสถานี Shin-Osaka) จะแสดง 2 เวลา เวลาข้างบนคือเวลาที่รถไฟไปถึง เวลาข้างล่างคือเวลาที่รถไฟขบวนต่อไปออกจากสถานี หมายความว่านี่คือข้อมูลว่าเรามีเวลาที่จะเปลี่ยนรถไฟเท่าไหร่
- ราคาในการเดินทางรวม (หมายเลข 1) แต่มีราคาแยกสำหรับรถไฟแต่ละขบวน
- รถไฟบางประเภทสามารถเลือกแบบที่นั่งว่าจะเป็น Unreserved seat, Reserved seat หรือ Green seat (หมายเลข 2) ราคาก็จะเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่นั่ง
- รูปรถไฟเล็กๆจะแสดงประเภทรถไฟ และผู้ให้บริการ ถ้าเป็นสีเขียวจะเป็นรถไฟของ JR ส่วนสีชมพูจะเป็นรถไฟของเอกชน
- กรณีถ้าเส้นทางที่เราเลือกต้องเปลี่ยนเส้นทางที่สถานีอื่นอีก (หมายเลข 3) มันจะแสดงเป็นสัญลักษณ์ลูกศรชี้ลง
วิธีการอ่านเส้นทางจากตัวอย่าง Route 1
1. รถไฟธรรมดาออกจากสถานี Nishinakajima Minamigata เวลา 8.20น.
2. ถึงสถานี Shin-Osaka เวลา 8.22น. ค่าใช้จ่าย 180 เยน ต้องไปชานชาลา 22 โดยขึ้นชินคันเซ็น Hikari 495 ซึ่งออกจากสถานีเวลา 8.39น.
2. ถึงสถานี Shin-Osaka เวลา 8.22น. ค่าใช้จ่าย 180 เยน ต้องไปชานชาลา 22 โดยขึ้นชินคันเซ็น Hikari 495 ซึ่งออกจากสถานีเวลา 8.39น.
3. เวลา 9.18น. ถึงสถานี Himeji ค่าใช้จ่าย (1490+2250) = 3740 เยน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น